• Decrease font size
  • Default font size
  • Increase font size
  • default color
  • red color
  • green color
พลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย คุณย่าเยาวเรศ บุนนาค   

     การให้ผู้ป่วยเรียนวิชานี้เพื่อชำระล้าง เปรียบเหมือนทุกคนมีเครื่องจักรอยู่ในตัวขับเคลื่อนมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งควรให้ความสนใจดูแล ทำอย่างไรจึงจะทำให้ภายในร่างกายของเราสมดุล วิชาพลังกายทิพย์ที่สอน 6 วัน จะสอนธรรมชาติในจักรวาลกับธรรมชาติในกายมนุษย์ พลังสำคัญรอบตัวเราที่เรียกว่า พลังคอสมิค ซึ่งหากได้เรียนรู้แล้วก็จะสามารถนำพลังคอสมิคออกมาใช้บำบัดรักษาโรคได้

พลังคอสมิคมีความแรงมากเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่รอบกายมนุษย์ หากฝึกวิชาพลังกายทิพย์แล้วก็สามารถที่จะรับพลังคอสมิกให้เข้ามาสู่ร่างกายตามตำแหน่งจักระทั้ง 7 แห่ง จักระสามารถเปิดรับพลังคอสมิครอบๆ ตัวเราเข้าสู่ร่างกาย นำไปพัฒนาจิต พัฒนาร่างกายที่เจ็บป่วยให้หายได้อย่างมหัศจรรย์
พลังคอสมิคทั้ง 7 สี คือ สีแดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า คราม ม่วง เมื่อรวมกันแล้วเป็นสีขาว Spectrum ซึ่งเห็นเสมอในระบบจักรวาลคือ สีของสายรุ้ง สีเหล่านี้เป็นตัวยาทั้งสิ้น จักระมนุษย์จะเปิดหมุนอยู่ตลอดเวลาไม่เคยปิด จะหมุนเร็วช้าอยู่ที่การปฏิบัติตัวของมนุษย์

จักระในร่างกายมนุษย์ มี 7 แห่ง

จักระที่ 1 มี 4 เส้นแสง สีแดง ชื่อ มูลลัดดา เป็นรากฐานของระบบจักระ ตั้งอยู่ที่ระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์กับทวารหนัก จักระนี้เป็นพื้นฐานของพลังชีวิต และเป็นกลไกที่จะทำให้ชีวิตอยู่ได้ จักระนี้ทำหน้าที่ดูดซับพลังคอสมิคที่พุ่งขึ้นมาจากใจกลางโลกตลอดเวลาเพื่อทำงานร่วมกับจักระที่ 2
จักระที่ 2 มี 6 เส้นแสง สีส้มสด ชื่อ สวัสดิ์ธนา ตั้งอยู่ที่ปลายกระดูกสันหลังใต้ก้นกบ เป็นจุดศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศ มีหน้าที่ดูดซับพลังที่ได้รับจากดวงอาทิตย์มาเก็บไว้ และกระจายพลังที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ ตรงกับต่อมเพศ (Gonads)
จักระที่ 3 มี 10 เส้นแสง สีเหลือง ชื่อ มณีปุระ ตั้งอยู่ที่บริเวณสันหลังบริเวณเอวระดับที่ตรงกับสะดือ เป็นที่เก็บพลัง เป็นคลังมหึมาของพลังเหมือนเตาปรมาณู ดูแลส่งพลังให้เลื่อนขึ้นไปตรงกลางอก จักระนี้เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารทั้งหมด ผลิตเม็ดโลหิต ตรงกับต่อมหมวกไต Adrenal gland จักระนี้ควบคุมอวัยวะใน ท้อง ตับ กระเพาะ และ ลำไส้
จักระที่ 4 มี 12 เส้นแสง สีเขียว ชื่อ อนัตตา ตั้งอยู่ที่ตรงกลางกระดูกสันหลังระดับที่ตรงกับหัวใจ เป็นศูนย์รวมของความรัก การพัฒนาจิตใจ ความเมตตา กรุณา และความเสียสละ จักระนี้ควบคุม หัวใจ เส้นเลือดหัวใจ ควบคุมไขมันในเส้นเลือด ตรงกับ Thymus gland จักระนี้ควบคุม หัวใจ และระบบหมุนเวียนของโลหิต
จักระที่ 5 มี 16 เส้นแสง สีฟ้า ชื่อ วิสุทธิ ตั้งอยู่ที่บริเวณตรงกระดูกต้นคอระดับตรงกับคอหอย เป็นจักระที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ หอบหืด โรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ตรงกับ Thyroid gland จักระนี้ควบคุม ปอด
จักระที่ 6 มี 96 เส้นแสง สีไพลิน (น้ำเงิน) ชื่อ อัจนา ตั้งอยู่ที่กลางหน้าผาก เป็นจักระที่เปรียบเสมือนดวงตาของปัญญา จักระนี้ใช้เป็นดวงตาที่สาม และ พาหนะแห่งญาณวิเศษสำหรับการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน ตรงกับ Pituitary gland จักระนี้ควบคุม สมองส่วนล่าง และ ระบบประสาท
จักระที่ 7 มีทั้งหมด 972 เส้นแสง ตรงกลางเป็นสีทอง มี 12 เส้นแสง รอบๆ คลุมด้วยเส้นแสงสีม่วง 960 เส้นแสง ชื่อ สหัสรา ตั้งอยู่ที่กลางกระหม่อม เป็นจักระที่เปรียบเสมือน มงกุฎดอกบัว เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระในร่างกาย เป็นสถานที่รับพลังคอสมิค และกระจายไปทั่วร่างกาย เป็นจุดที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วย ซึ่งจักระอื่นๆไม่สามารถจะรักษาได้โดยตรง เป็นฐานใหญ่ของมนุษย์ ทุกครั้งที่กำหนดจิตอยู่ที่จักระที่ 7 จะทำให้จักระที่ 7 นี้ หมุนเร็วขึ้น และจะทำให้จักระอื่นๆในร่างกายหมุนตามด้วย จักระที่ 7 ตรงกับ Pineal gland จักระนี้ควบคุมอวัยวะสมองส่วนบน ระบบประสาท ระบบโครงสร้าง ระบบหมุนเวียนทั่วร่างกาย Pineal gland ที่จักระที่ 7 เชื่อมต่อกับ Hypothalamus คือ สถานีเรดาร์ คอยแจ้งว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย และเป็นตัวสั่ง Hypothalamus ให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกายมนุษย์ มีเชื้อโรคอะไรแอบเข้ามาก็จะสั่งไปที่ต่อมใต้สมอง ต่อมใต้สมองก็จะสั่งให้ต่อมของร่างกายในส่วนนั้นไปต่อต้าน และ จะสั่งเม็ดเลือดขาวไปจัดการกับเชื้อโรคดังกล่าว ในสมองมนุษย์มีเส้นประสาท 12 คู่ เส้นประสาทที่ ASTRARA ยกย่องมาก คือ คู่ที่ 10 เรียกว่า Vagus Nerve เป็นคู่ที่สำคัญที่สุด
ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เห็นความสำคัญของวิชาพลังกายทิพย์ คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้จัดให้คณะของคุณย่าเยาวเรศไปสอนวิชาพลังกายทิพย์ให้แก่พนักงานขององค์กรดังกล่าว โดยมีการสนับสนุนให้เปิดการสอนไปแล้วหลายรุ่น ทำให้งบประมาณค่ารักษาพยาบาลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลดลงได้
มีการยกตัวอย่างผู้ป่วยที่ได้รับผลดีจากการรักษาด้วยพลังกายทิพย์ 2-3 ตัวอย่าง

 นางจุฑา ลิ้มสุวัฒน์ บันทึกรายงาน


พลังคอสมิค

ค.ศ.1925 โรเบิร์ต เอ มิลิแคน นักฟิสิกส์จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ค้นพบ รังสีคอสมิค และ สันนิษฐานว่าดวงดาวชื่อ พัลซาร์ ใน เนบูลารูปปู เป็นต้นกำเนิด เนื่องจากมันกระพริบส่งพลังงานเหมือนกับเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในจักรวาล
รังสีคอสมิค เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มีช่วงคลื่นสั่นแรงกว่า รังสีแกมม่า องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นโปรตอน 90% และ พบอิเล็กตรอน อนุภาคแอลฟ่า 9-10 Herzt ด้วย จึงมีทั้งขั้วบวก และ ขั้วลบ หมุนเวียนวิ่งวนเป็นคู่ ล่างบน ซ้ายขวา หน้าหลัง สะท้อนกระจกเงาได้ มีคุณสมบัติเหมือนพลังงานอื่นๆ แต่เข้มข้นกว่า ปริมาณมากกว่า หนาแน่นกว่า พบได้ในทุกชั้นบรรยากาศของโลก สามารถซึมซับ ทะลุทะลวงผ่านสรรพสิ่ง เครื่องกีดขวางไปได้ทุกแห่ง รังสีนี้แผ่กระจายจากนอกโลก รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังแสงอาทิตย์ บางส่วนผ่านดวงดาวต่างๆ จึงดูดซับแร่ธาตุแสงสีต่างๆ พุ่งเข้าสู่ใจกลางโลกด้วยความเร็วและความถี่มากกว่าแสงอาทิตย์ 10 เท่า และสะสมเป็นวงล้อมเปลือกโลก สูงจากพื้นดิน 15,000 เมตร ซึมซับเข้าไปในสรรพสิ่งต่างๆสะสมอยู่ในทั้งสิ่งไม่มีชีวิตและมีชีวิตบนโลก แร่ธาตุ พืช สัตว์ และ มนุษย์
รังสีนี้เกิดจากการที่ดวงอาทิตย์ สุริยจักรวาล และ จักรวาลทั้งหมดเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการไหลเวียนไปทั่วทั้งจักรวาล รวมเรียกว่า พลังงานชีวิต
รังสีคอสมิคมีปริมาณเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ มีมากที่สุดในแสงแดดตอนเที่ยงวัน มีลักษณะเป็นพยับแดด แวววาว ระยิบระยับ เป็นแสงสีทอง มองเห็นด้วยตาเปล่า บนท้องฟ้ารังสีจะแยกชัดเจน หลังฝนตกมองเห็นเป็น สีรุ้ง 7 สี สีแดงจากพลังคอสมิคให้พลังมากที่สุด เป็นพลังงานที่จะปรับทุกอย่างให้มีความสมดุล
มนุษย์รับรู้การเคลื่อนไหลของพลังชีวิตด้วยประสาทสัมผัสภายนอก คือ ตา หู จมูก ลิ้น และ กาย และ สัมผัสละเอียดภายใน คือ จิต เพียงแต่มนุษย์ได้ปล่อยปละละเลยความละเอียดภายในกายและจิต ทำให้อ่อนล้าเสื่อมสลายไปเกือบหมด คนที่มีพลังสมาธิจิตสามารถควบคุมและนำส่งพลังคอสมิคไปที่เป้าหมายได้ทั้งใกล้และไกล ทั้งในทางสร้างสรรดีงาม หรือ ในทางชั่วร้าย พลังจะย้อนกลับมาที่ผู้ใช้ 3 เท่า พุ่งออกจากทุกส่วนของร่างกาย สัมผัสได้โดยเฉพาะทางฝ่ามือและปลายนิ้วมือ รังสีนี้สามารถปรับอาการผิดปกติ หรือ การเสียสมดุลของอวัยวะในร่างกายคนและสัตว์ได้ (Healing Power)
การทดสอบพลังคอสมิคในร่างกาย ศาสตราจารย์ นพ.ชิน บูรณธรรม กล่าวว่าคนทั่วไปอาจทดสอบได้ดังนี้
1. ลองเอานิ้วชี้ของมือข้างหนึ่ง จี้ตรงใกล้ๆฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง (อย่าให้ชิด) จะรู้สึกว่าเกิดความรู้สึกซู่ซ่าขึ้น ณ จุดนั้น และเมื่อเราวนปลายนิ้วชี้นั้นเป็นวงกลม ก็จะรู้สึกซู่ซ่าไปตามแนววงกลม
2. เอาปลายนิ้วทั้ง 2 ข้างมาจ่อชนกัน แล้วแยกห่างออกมา เข้าๆออกๆ จะมองเห็นคล้ายฝ้าของไอน้ำสีน้ำเงินอ่อน วิ่งเป็นเส้นระหว่างนิ้วนั้นๆ และถ้ารวบนิ้วของแต่ละมือมาชิดกันแล้วมองภาพอะไรก็ได้ ผ่านทางช่องนิ้วของมือทั้ง 2 จะเห็นภาพนั้นมัวๆคล้ายผ้าไอน้ำมาบัง (อย่ามองย้อนแสง)
3. ลองเอาฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง เข้ามาใกล้กันที่สุด แล้วแยกห่างราว 4-5 นิ้ว เข้าๆออกๆหลายๆครั้ง ในที่สุดลากเข้าให้ชิดกันอีกจะรู้สึกว่ามีแรงต้านเกิดขึ้น

พญ.กานดา ปัจจักขะภัติ รายงาน

ที่มา : การบรรยาย เรื่อง “พลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ” โดย คุณย่าเยาวเรศ บุนนาค ณ ห้องประชุมเบญจกูล สถาบันการแพทย์แผนไทย วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2546 เวลา 10.00-12.00 น.

 

ประวัติวิทยากร

คุณย่าเยาวเรศ บุนนาค เป็นผู้ก่อตั้ง สมาคมสถาบันพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพได้ดำเนินการสอนมาแล้ว 8 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2538 อบรมลูกศิษย์ไปแล้วประมาณ 50,000 คน ก่อตั้งเป็นสมาคมเมื่อ พ.ศ.2544 วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสมาคมเพื่อการรักษาโรคร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าวิชา สมาคมได้เปิดอาคารที่ทำการของสมาคมเป็นที่บำบัดรักษาโรค โดยใช้อำนาจสมาธิและอำนาจพลังธรรมชาติมาช่วยบำบัด สอนวิชาพลังกายทิพย์ในระดับปฐมจักระใช้เวลา 6 วัน ซึ่งผู้ที่เรียนจบแล้ว หากนำวิชาที่ได้เรียนไปฝึกต่อไปทุกวันก็จะทำให้มีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บเล็กๆน้อยๆของตน ตลอดจนบุคคลในบ้านและเพื่อนบ้านได้

 
 
 
 

 

ไข้เลือดออก ป้องกันรักษาด้วยโฮมีโอพาธีย์

 

ไกลจากทุกข์ โศก โรค ภัย กับหมอเขียว -ใจเพรช กล้าจน

 

การพัฒนานโยบายแห่งชาติ สุขภาพดี วิถีธรรม วิถีไทย

 

สวนมนต์บำบัด

 

สมาธิบำบัด