• Decrease font size
  • Default font size
  • Increase font size
  • default color
  • red color
  • green color
พลังกายทิพย์ (Etheric Body) ระดับปฐมจักระ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย พญ.กานดา ปัจจักขะภัติ : รายงานและวิเคราะห์   

"กายของมนุษย์ที่มองเห็นด้วยตาเนื้อ เรียกว่า กายเนื้อ สำหรับ กายทิพย์ คือ ส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่สามารถมองเห็นด้วยตาใน หรือตาที่สาม คือ การฝึกสมาธิ..."




 

 

 

1. ระดับปฐมจักระ

 

ประวัติผู้ค้นพบและการเผยแพร่วิชา

 

เชื่อว่า พลังกายทิพย์เป็นที่รู้จักและนิยมใช้ในสมัยโบราณ ใน Atlantis ซึ่งเคยเป็นเมืองสงบ ไม่มีโจรผู้ร้าย ไม่เจ็บป่วย เพราะรู้จักการนำพลังกายทิพย์มาใช้ มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมามนุษย์มีกิเลสมากขึ้น เกิดความเดือดร้อน เทพ Zeus ดูแลมนุษย์ จึงทำให้เกาะ Atlantis จมหายไป มีบางคนหนีรอดไปทวีปอเมริกาบ้าง และประเทศทางตะวันออกบ้าง ประมาณ 5,000 ปี ก่อนคริสต์กาล พบว่า ปฐมปรมาจารย์โซเซอร์ ผู้ค้นพบการรักษาโรคด้วยพลังกายทิพย์ มีอักษรบันทึกการฝึกวิชาพลังกายทิพย์ และ ภาพการถ่ายพลังให้ผู้อื่น ที่ The great pyramid ประเทศอียิปต์ จึงเชื่อว่าปิรามิดเป็นที่สะสมพลังกายทิพย์ ไม่ใช่แค่หลุมฝังศพ รอบๆปิรามิดมีสถาบัน แอสตรารา (Astrara) เป็นที่สอนเรื่องพลังกายทิพย์ ที่โบสถ์โซเฟีย มีภาพแสดงจักระ 7 แห่ง บนร่างกายมนุษย์

 

 

ค.ศ.1846 (พ.ศ.2389) หลวงปู่ดาสิรา นาราดา ที่ วัดวชิระมายา โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เป็นผู้หนึ่งที่อ่านบันทึกที่ The great pyramid ได้ฝึกหัดพลังกายทิพย์และเผยแพร่วิชานี้ ต่อมามีศิษย์เป็นชาวอเมริกัน Professor Dr.C.W. Leadbeater ติดตามหลวงปู่ ใน ค.ศ.1895 จึงได้เขียนเป็นตำรา “The Chakras” และ ได้จัดตั้ง สถาบันแอสตรารา ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

พลตรีหลวงสุวิชานแพทย์ (อั๋น สุวรรณภาณุ) ชาตะ 10 กุมภาพันธ์ 2435 มรณะ 22 มกราคม 2522 สำเร็จการศึกษา จาก โรงเรียนวัดราชบูรณวรราชมหาวิหาร โรงเรียนสวนกุหลาบ และ พ.ศ.2455 สอบไล่ได้ประโยคแพทย์ตามหลักสูตรกระทรวงธรรมการ รุ่นที่ 20 จากโรงเรียนราชแพทยาลัยศิริราช พ.ศ.2456 บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดราชบูรณวรราชมหาวิหาร ธุดงค์ไปที่ประเทศศรีลังกา ได้สมัครเป็นศิษย์หลวงปู่ดาสิรา นาราดา เพื่อศึกษาพลังกายทิพย์และได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยลาอุปสมบท และ เข้ารับราชการเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลศิริราช ตำแหน่งสุดท้ายเป็น นายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ ยศพลเรือตรี 20 มกราคม พ.ศ.2479 - 22 พฤษภาคม พ.ศ.2480 เดินทางไปราชการต่างประเทศ ได้ไปที่ประเทศอียิปต์ รับความรู้เพิ่มเติมเรื่องกายทิพย์และพลังคอสมิก ท่านบำเพ็ญแต่คุณประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์มากมาย ท่านมีหูทิพย์ตาทิพย์ มีอำนาจจิต เป็นที่นับถือของคนทั่วไป ท่านเคยทำนายไว้ว่า อีก 40 ปี ประเทศไทยจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่สุด แต่จะฟื้นขึ้นมาได้ และ อีก 50 ปี ประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลก (ประมาณ พ.ศ.2550) ท่านเป็นผู้บอกว่า โรงแรมเอราวัณ (ช้างสามเศียร) นำชื่อเทวดามาตั้งชื่อ โดยไม่ขออนุญาต ทำให้ไม่เจริญ ต่อมาท่านจึงแนะนำให้สร้างพระนอน และ พระศรีมหาพรหม ที่สี่แยก มีคนมาสักการะบูชามากมาย และมีความเจริญรุ่งเรือง

 

 

ประวัติคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค
เมื่อคุณย่าประสบปัญหาการค้าขาดทุน คิดว่า เครื่องดับเพลิงน่าจะเป็นสินค้าที่มีผู้นิยมซื้อไว้ประจำบ้าน เพื่อดับไฟได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดไฟไหม้ จึงสั่งสินค้ามาจากประเทศออสเตรเลียจำนวนมาก ปรากฏว่าจำหน่ายไม่ได้ ติดหนี้ธนาคาร กำลังจะถูกฟ้อง เครียดมาก ได้ไปพบกับ หลวงสุวิชานแพทย์ เมื่อพบกันครั้งแรกท่านก็กล่าวว่า มาแล้วคนที่ท่านกำลังรอคอย ท่านเป็นผู้ที่ทำนายว่าหนี้สินจะหมดไปแล้ว ท่านได้สอนวิชาพลังกายทิพย์ให้ และ แนะนำว่าเมื่อหมดภาระหนี้สินแล้วมีเวลาให้ไปศึกษาและฝึกหัดพลังกายทิพย์เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ต่อไป
ต่อมาคุณย่าได้ไปศึกษาต่อที่ สถาบันแอสตารา ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ Dr.Robert Chaney และ Dr.Earlyne Chaney เป็นสามีภรรยากัน ท่านได้เชิญชวนคนไทย 16 คน เดินทางไปพร้อมกับ ศิษย์สถาบันแอสตาราทั่วโลกอีก 103 คน รวมเป็น 119 คน เดินทางไปประเทศอียิปต์เพื่อศึกษาพลังกายทิพย์จากที่ต่างๆ ไปพักที่โรงแรมลอยน้ำใกล้กับวิหารไอซิส เวลาบ่าย 3 โมง ทุกวัน นกมาพร้อมกัน เหมือนลอยมา ไม่ใช่บินมา เพราะไม่ต้องกระพือบีก ประมาณ 10 นาที เพื่อดูดซับพลังสีแดงจากใต้ดิน แล้วก็บินกลับไป เชื่อว่าเป็นพลังที่กระตุ้นจักระที่ 1 เดินทางต่อไปที่ วิหารเฮอร์ลัส (นกเหยี่ยว), สฟิงส์ (แพะ), เทพีอาเธอร์ (แหล่งน้ำศักดิ์สิทธ์ และในห้องมีที่นอนเป็นพลอยอัด), Sacchara step pyramid (มี 6 ชั้น มีบันไดขึ้นไปคารวะสุริยเทพ ซึ่งดวงอาทิตย์มีกำลัง 6 รอบ), pyramid (ซึ่งขุดจากใต้ดิน) และ The great pyramid (เหมือนผอบ มีบันได 150 ขั้น เข้าไปใน King chamber เป็นรูปกรวยเป็นที่ดูดซับพลัง พื้นห้องเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ กว้าง x ยาว = 13x13 ตารางเมตร สูงจากพื้นดิน 120 เมตร น่าอัศจรรย์ว่ายกแผ่นหินขนาดใหญ่ขึ้นไปตั้งได้อย่างไร ? เชื่อว่าใช้พลังกายทิพย์ยกขึ้นไป ประเทศสหรัฐอเมริกานำรูป Thomas Jefferson, Benjamin Franklin, The great pyramid และ King chamber มีดาว 13 ดวง เป็นรัศมีโดยรอบ บันทึกในธนบัตร 1 US$ มีความหมายว่าต้องเป็นที่หนึ่งในโลก ต่ำลงมาจาก King chamber เป็น Queen chamber) ซึ่งแต่ละแห่งมีพลังกระตุ้นจักระ 2-7 จักระตามลำดับ ที่ประเทศตุรกี ขุดรูอยู่ 16 ชั้น เปิดไว้ให้ชม 8 ชั้น ต้องมุดรูลงไปดู ไกลไปเป็น 100 กิโลเมตร มีแผ่นหินปิดกั้น
ต่อมา Dr.Robert Chaney เดินทางมาที่ประเทศไทย ท่านบอกว่าคนไทยโชคดีมากมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านเป็นพรหมมาเกิด บ้านเมืองร่มเย็น ที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มีเทวดาคอยปกปักรักษา ขณะนี้ดาวดวงใหม่ชื่อ Astara ได้เกิดขึ้นแล้ว ต่อมาได้เดินทางไปที่ประสาทหินเขาพนมรุ้ง Dr.Robert กล่าวว่าที่นี่มีพลังสีแดง (จักระที่ 1) แรงกว่าที่วิหารไอซิส ประเทศอียิปต์ มีพระนารายณ์ให้พร และ ที่ประสาทหินเมืองต่ำมีพลังสีส้ม (จักระที่ 2)

 

 

ต้นกำเนิด

 

Cosmos คือ จักรวาล Cosmology คือ จักรวาลวิทยา วิชาที่กล่าวถึงพลังในจักรวาล (Cosmic energy) เชื่อว่า เป็นพลังที่ปรากฎในโลกมนุษย์ ได้จากดวงอาทิตย์แผ่รังสีไปกระทบดวงดาวต่างๆ ดวงดาวเหล่านี้มีแร่ธาตุที่แตกต่างกันจึงดูดซับและสะท้อนรังสีออกมามีสีแตกต่างกัน และ เป็นรังสีที่แผ่มากระทบมนุษย์บนโลก มนุษย์มีพลังจิตที่มีความสามารถในการดูดซับรังสีเหล่านี้มาสะสมไว้ใน “กายทิพย์ (Etheric body)” จึงเรียกว่า พลังกายทิพย์ และ มนุษย์สามารถถ่ายเทเผื่อแผ่พลังเหล่านี้ไปสู่ผู้อื่นได้

 

 

กายของมนุษย์ที่มองเห็นด้วยตาเนื้อ เรียกว่า กายเนื้อ สำหรับ กายทิพย์ คือ ส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่สามารถมองเห็นด้วยตาใน หรือ ตาที่สาม คือ การฝึกสมาธิ ในกายทิพย์ เชื่อว่า มีจักระ 7 แห่ง ซึ่งเป็นที่ดูดซับพลังและส่งพลังไปยังกายเนื้อให้ทำงานตามหน้าที่ กายทิพย์เป็นของ เทวดา มนุษย์ และ สัตว์เดรัจฉาน มีจักระเปิดทำงานตลอดเวลา กายเนื้อของมนุษย์ตายไปเหลือกายทิพย์เป็น เทวดา หรือ สัตว์เดรัจฉาน ขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน สำหรับพระอรหันต์ปิดจักระหมดแล้วจึงไม่เกิดอีกต่อไป

 

 

Dr. Alex Gray เป็นจิตรกรผู้ที่ฝึกพลังกายทิพย์ มีหูทิพย์ตาทิพย์ ได้เขียนภาพ กายเนื้อ และ กายทิพย์ ของมนุษย์ไว้ กายเนื้อ เหมือนภาพกายวิภาคศาสตร์ กายทิพย์ลักษณะมีเส้นแสงเป็นสนามแม่เหล็ก มีจักระ 7 แห่ง จักระที่ 1 คล้ายดอกบัวบาน จักระที่ 1-6 โตไม่เกิน 3 นิ้ว แต่จักระที่ 7 โตเต็มศีรษะ ทุกจักระหมุนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอารมณ์มีกิเลสตัณหา ทำให้จักระไม่สมดุล จักระเรียงอยู่ตามแนวกระดูกสันหลัง ในแนวเดียวกัน มีบางคนเชื่อว่าไม่ได้เรียงเป็นแนวเดียวกัน มีการเหลื่อมเยื้องกันบ้าง

 

 

จักระ

 

จักระที่ 1 สีแดง 4 เส้นแสง เป็นขั้วลบ (-) ชื่อ มูลลัดดา หรือ Kundalini หรือ Serpentine ตำแหน่ง อยู่ที่ฝีเย็บระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก เป็นพื้นฐานของพลังชีวิตและเป็นกลไกที่ทำให้ชีวิตอยู่ได้ ดูดซับพลังจากใจกลางโลกที่พุ่งขึ้นมา ได้แก่ น้ำพุร้อน ภูเขาไฟระเบิด ต้นไม้ที่เจริญเติบโตจากดินพุ่งขึ้นสู่อากาศ
จักระที่ 2 สีส้ม 6 เส้นแสง ชื่อ สวัสดิ์ธนา ตำแหน่ง อยู่ที่ ก้นกบปลายสุด ตรงกับ Gonads (ต่อมเพศ) ซึ่งสร้าง sex hormones อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ระบบสืบพันธ์ และ ระบบขับถ่าย (ไต?) เป็นจุดศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศ (ทั้งผู้ให้และผู้รับ) เกี่ยวกับความเชื่อมั่นในตนเอง ดูดซับพลังจากพระอาทิตย์ เมื่อพระอาทิตย์ตกดินจะกระจายพลังจากจุดนี้ออกไป นอนแต่หัวค่ำ ก่อน 21 น. ตื่นตี 5 ทำให้ melatonin หลั่ง ร่างกายจะกำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค ทำให้ไม่เป็นโรคติดเชื้อ ถ้ากระตุ้นขึ้นบนไปจักระ 7 จะรุนแรงในทางสร้างสรรค์ มีความหวานหอม แต่ถ้ากระตุ้นลงล่างจะกระตุ้น sex ใจเร็วด่วนได้
จักระที่ 3 สีเหลือง10 เส้นแสง ชื่อ มณีปุระ ตำแหน่ง อยู่ที่ บั้นเอว ตรงกับ สะดือ ตรงกับ Adrenal gland (ต่อมหมวกไต) เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ดิบ ที่ไม่ได้ผ่านการซักฟอก ในขณะที่เราตกใจกลัว กล้ามเนื้อบริเวณสะดือ จะหดตัวลง จักระ 3 มีหน้าที่ผลิตเนื้อเยื่อกระดูกหนาขึ้น ผลิตเม็ดเลือดแดง ระบบการย่อยอาหาร (กลิ่น รส กระเพาะอาหาร ตับ) ระบบขับถ่าย (ไต) อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ท้อง ตับ กระเพาะอาหาร และ ลำไส้ ถ้าขาดพลังจักระ 3 ไม่มีแรง ถ้ากระตุ้นจักระ 3 จะรู้สึกหิว
จักระที่ 4 สีเขียว 12 เส้นแสง ชื่อ อนัตตา ตำแหน่ง อยู่ที่ ตรงกลางกระดูกสันหลังระดับที่ตรงกับหัวใจ ตรงกับ Thymus gland อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ หัวใจ และ ระบบหมุนเวียนโลหิต เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริงอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ ความเมตตากรุณา และ ความเสียสละ หลายต่อหลายวิธีของการปฏิบัติสมาธิของชาวตะวันออก เพื่อกระตุ้นจักระนี้ มีสีดอกไม้ใบหญ้า ถ้าขาดพลังจักระ 4 ทำให้ไขมันสูง Triglyceride สูง ก่อกรรม Rx. เมตตากรุณา ไม่หวังผลตอบแทน ลดความโลภ โกรธ หลง
จักระที่ 5 สีฟ้า 16 เส้นแสง ชื่อ วิสุทธิ์ ตำแหน่ง อยู่ที่ กระดูกต้นคอ ตรงกับ Thyroid gland อวัยวะที่เกี่ยวข้องคือ ปอด Rx. โรคระบบหายใจ ผิวหนัง หอบหืด เคราะห์กรรม ถูกกระทำย่ำยี สัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ พูดเพราะ หูทิพย์ ฟังเทวดาได้ พิธีกรรม สวดมนต์ ดนตรีไทย (ฉิ่งฉาบกลอง มี alpha wave)
จักระที่ 6 สีไพลิน (สีน้ำเงิน) และ กุหลาบทอง 96 เส้นแสง ชื่อ อัจนา หรือ อัจฉริยะ ตำแหน่ง ตั้งอยู่ที่กึ่งกลางหน้าผาก ตรงกับ Pituitary gland (ต่อมใต้สมอง) อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนล่าง และ ระบบประสาท เป็นที่รวมของปัญญา เป็นดวงตาที่สาม และ พาหนะแห่งญาณวิเศษ ติดต่อกับเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน Rx. ทำลายสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง, Parkinson, Alziemer syndrome คุณย่ามีภาพเด็กชาวรัสเซียมีตาที่สาม คือ พระอิศวร เด็กคนนี้สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้
จักระที่ 7 สีม่วง 972 เส้นแสง เป็นขั้วบวก (+) มีเส้นแสงสีทอง 12 เส้นตรงกลาง และ สีม่วง 960 เส้น โดยรอบ รวมเป็น 972 เส้น เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระในกายทิพย์ เป็นสถานที่รับพลังคอสมิกและกระจายไปทั่วร่างกาย ตำราอินเดียเรียกชื่อว่า สหัชชะ หรือ สหัสรา แปลว่า หนึ่งพัน หรือ 1,000 เส้นแสง ตำแหน่ง อยู่ที่ กลางศีรษะด้านบน เปรียบเสมือนมงกุฎดอกบัว ตรงกับ Pineal gland อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนบน ระบบประสาท ระบบโครงสร้าง และ ระบบหมุนเวียน โดยทั่วไปของร่างกาย Rx. ระบบโครงสร้างและข้อต่อ เป็นจุดที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยที่จักระอื่นๆ ไม่สามารถจะรักษาได้โดยตรง

 

 

คุณสมบัติของพลังกายทิพย์

 

1. เป็น alpha wave มีความหนาแน่นมาก เป็นพลังขั้วลบ ไปพบกับพลังขั้วบวกในร่างกาย
2. มีจำนวนมากในตอนกลางวัน
3. มีความถี่มากกว่าแสงอาทิตย์ 10 เท่า เดินทางเร็วกว่าแสงอาทิตย์ 10 เท่า
4. มนุษย์สามารถดูดซับพลังกายทิพย์ได้โดยกำหนดจิตที่จักระ 7 กลางกระหม่อม
5. สะท้อนที่กระจกได้ ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้น
6. เห็นเป็น aura สะท้อนออกจาก ปลายนิ้ว กลางอุ้งมือ และ ที่ตาที่สามกลางหน้าผาก Valentino Corion และ Densa Corion ชาวรัสเซีย เป็นผู้ประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพ aura ได้ กล้องนี้มีอยู่ที่ องค์การนาซ่า และ ประเทศรัสเซีย เท่านั้น
7. นำไปได้ด้วยสายไฟ สายโทรศัพท์
8. เก็บไว้ได้ในสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ไม้ น้ำ ฯลฯ เช่น พลังพุทธคุณ ในน้ำมนต์วัดพระแก้ว
9. ความหนาแน่นขึ้นกับ ดินฟ้าอากาศ และ ตำแหน่ง สูงขึ้นไป 15,000 เมตร เป็นเปลือกห่อหุ้มโลก มีสีขาวเงินยวง พยับแดด เชื่อว่า เป็น ชั้นเทพเทวดา
10. ควบคุมโดยสมาธิจิต
11. ซึมซับโดยพลังจิต ให้ไป ใกล้ หรือ ไกล
12. ใช้ในทางสร้างสรรค์ หรือ ดี หรือ ชั่วร้าย สาบแช่ง ได้ rusputin ฝึกพลังกายทิพย์ ไปรักษาโอรสของพระเจ้าซาร์ ซึ่งเลือดออกมากให้หยุดได้ แต่ไปปลุก sex ทำให้พลังเคลื่อนที่ลงที่จักระ 1 ต้องรู้จักบังคับให้เคลื่อนขึ้นบนไปที่จักระ 7 จึงจะใช้เพื่อคุณประโยชน์ ในที่สุด rusputin ตายอย่างอนาถ

 

 

เส้นทางของพลังกายทิพย์

 

สัญลักษณ์ทางการแพทย์ คือ งู 2 ตัวพันคทา เป็นเส้นทางเดินหลักของพลัง 3 เส้น ได้แก่
1. Ida (อิดา) สีเหลืองพลังเย็น เดินจากจักระ 1 ขึ้นไปทางซ้ายวนไปสู่ pituitary gland ที่จักระ 6
2. Pingala (ปิงคลา) สีแดงพลังร้อน เดินจากจักระ 1 ขึ้นไปทางขวาวนไปสู่ pituitary gland ที่จักระ 6
3. Sushumna (สุสุมนา) แปลว่า ไม้เท้าพราหมณ์ หรือ พลังศิวะ ถ้าเปิดที่จักระ 7 เป็นเทพ ถ้าปิดเป็นนรก เดินจากจักระ 7 pineal gland ตรงลงมาข้างล่างที่ จักระ 1 กระตุ้นกิเลส พ่นพิษ กระตุ้นน้ำมันทอง (golden oil) จาก Kanda ต่อมรูปร่างคล้ายหัวหอมยับย่นที่ฝีเย็บ
เมื่อเกิดอารมณ์ งู 2 ตัว มีอาหาร คือ กิเลสตัณหา จึงเป็นที่รองรับอารมณ์จากตัวเอง ความชั่วร้ายจึงเป็นตัวทำลายน้ำมันทอง และ เผาผลาญความดีงามของตัวเอง

 

 

การฝึกพลังกายทิพย์

 

แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
1. ระดับปฐมจักระ เรียน 6 วัน ติดต่อกัน
2. ระดับพัฒนาจักระ เรียน 2 วัน ติดต่อกัน
3. ระดับกายทิพย์ แสง สี เสียง เพื่อเป็นครูสามารถสอนและกระตุ้นจักระให้ผู้มาเรียนระดับปฐมจักระได้

 

 

การเกิดโรค

 

ในตำราการแพทย์แผนปัจจุบัน แบ่งโรคเป็น โรคที่มีเชื้อโรค โรคที่ไม่มีเชื้อโรค รับประทานอาหารมากไปน้อยไป ได้รับสารพิษ ได้รับอากาศพิษร้อนหนาวและภัยพิบัติ
ในตำราการแพทย์แผนโบราณ แบ่งโรคเป็น
1. กายมีพิษ เกิดจาก ความไม่สมดุลของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ (อาหาร น้ำ อากาศ)
2. จิตมีกิเลส เกิดจาก อารมณ์ โลภ (รัก หึงหวง) โกรธ (เกลียด ริษยา อาฆาต) หลง (หลงผิด) และ ความไม่สมดุลของกายทิพย์
3. กรรม เกิดเป็น กรรมร่วม (ตายพร้อมกัน) หรือ กรรมเฉพาะตัว

 

สาเหตุการหมดอายุขัย แบ่งเป็น

 

1. หมดบุญ การทำบุญ จึงเป็นการเพิ่มน้ำมันทองของชีวิต เป็นการต่ออายุขัย
2. หมดกรรม การหมดกรรม เป็นการใช้ไส้ตะเกียงหมดไป ช่วยไม่ได้
3. ใช้กรรม ได้รับผลกรรมแล้วก็ตายด้วยวิบากกรรม คือ การทำกรรมดีไปสวรรค์ หรือ เป็นเทวดา แต่การทำกรรมชั่วไปนรก หรือ เป็นสัตว์เดรัจฉาน
4. อุปัทเฉกรรม การตายก่อนอายุขัย

 

 

การรักษา

 

สถานที่ ควรอยู่ในที่โล่ง มีแสงแดดบ้าง ไม่เปิดไฟนีออน
การเดินลมปราณก่อนใช้พลังจิต ผู้ให้พลังต้องฝึกเดินลมปราณอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยหายใจเข้าทางจมูกช้าๆลึกๆ=หายใจออกทางปากช้าๆลึกๆ ลมปราณคือพลังที่ลึกที่สุด พลังลมปราณและพลังจิตหนาแน่นมาก
การจัดท่านั่ง ผู้ให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ กำหนดจิตที่กระหม่อมของตัวเอง ลืมตามองผู้รับพอควร ผู้รับหันหน้าไปทางทางทิศตะวันออก นั่งสมาธิจีบนิ้วมือหลับตา และ กำหนดจิตที่กระหม่อมตัวเอง
การกระตุ้นจักระ 6-7 วางมือหนึ่งที่จักระ 6 ที่หน้าผาก และ วางอีกมือที่จักระ 7 โดยใช้นิ้วโป้งวางที่ร่องหน้าเหนือหู นิ้วที่เหลือวางบนกระหม่อมให้นิ้วกลางอยู่ที่กลางกระหม่อม ใช้เวลานาน 2 นาที
การกระตุ้นจักระ 4-5 วางมือหนึ่งที่จักระ 4 ด้านหลังตรงกับหัวใจ และ วางอีกมือที่จักระ 5 โดยใช้มือหนึ่งวางที่ลำคอด้านหลัง ใช้เวลานาน 2 นาที
การกระตุ้นจักระ 2-3 วางมือหนึ่งที่จักระ 2 โดยใช้นิ้วโป้งวางที่ก้นกบและนิ้วที่เหลือวางบนกระดูกสันหลัง และ วางอีกมือที่จักระ 3 ที่กระเบนเหน็บ ใช้เวลานาน 2 นาที
การกระตุ้นจักระ 3-4 วางมือหนึ่งที่จักระ 3 ที่กระเบนเหน็บ และ วางอีกมือที่จักระ 4 ที่ด้านหลังหัวใจ ใช้เวลานาน 2 นาที

 

การรักษาโรคต่างๆ ระดับปฐมจักระ โดยทั่วไปใช้จักระ 7 เป็นหลัก หรือ จักระอื่นๆ เช่น

1. ปวดหลัง Rx. จักระ 7 กับ จักระ 5 นาน 2 นาที และ จักระ 5 กับ ที่ปวดหลัง นาน 2 นาที
2. ริดสีดวงทวาร Rx. จักระ 7 กับ จักระ 3 นาน 2 นาที และ จักระ 3 กับ จักระ 2 นาน 2 นาที
3. โรคไต Rx. จักระ 7 กับ ไต ถ้ายังไม่ได้ล้างไตจะหายเร็ว แต่ ถ้าล้างไตแล้วไม่รับรองผล
4. แต่งงานกันแล้วไม่รอมชอม Rx. จักระ 1-2 กับ จักระ 7 ส่งพลังจากล่างขึ้นบน
5. เด็กเหลือขอ Rx. จักระ 7 กับ จักระ 6
6. ตับอ่อน ตับแก่ Thalassemia มดลูก ลำไส้ ต่อมลูกหมาก Rx. จักระ 2-3 นิ้วกลางที่ก้นกบ นิ้วโป้งชี้

 

 

เกร็ดความรู้

 

จักระ เป็นศูนย์กลางของแสง aura ภายในร่างกาย ในทางตะวันออกจะระบุว่าเป็น “ดอกบัวบาน” ในชาวคริสต์โบราณจะเรียกว่า “ดอกกุหลาบที่มีแสงสว่าง”

 

 

จักระอ่อนล้าจากอารมณ์ทำให้เกิดเชื้อโรค โรคภัยเกิดจากจักระขาดพลัง

 

 

มนุษย์มี aura เป็นสนามพลังเป็นคลื่นความถี่ของแต่ละคนเป็นรัศมีโดยรอบร่างกาย สรรพสิ่งทั้งหมดที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตมีสนามพลัง เพราะโครงสร้างทางอะตอม มี electron วิ่งอยู่โดยรอบ proton และ neutron สนามพลังของสิ่งที่มีชีวิตมีพลังมากกว่า และ ตรวจพบได้ง่ายกว่า แต่ทั้งสองประเภทสามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มสนามพลังของแต่ละคนได้ สนามพลังเปลี่ยนแปลงไปตามร่างกาย ความรู้สึก จิตวิญญาณ และ อารมณ์

 

 

ต้นไม้แต่ละต้นจะมีคลื่นพลังเป็นของตัวเอง เช่น การไปนั่งใต้ต้นวิลลี่ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ ต้นสนมีปฏิกิริยากับสนามพลังของมนุษย์ในลักษณะช่วยให้กายทิพย์สะอาด พลังของต้นสนจะช่วยดูดซับและดึงอารมณ์ที่สับสนฟุ้งซ่านชั่วร้ายออกไป โดยเฉพาะความรู้สึกผิดจากสนามพลังของกายทิพย์มนุษย์ ต้นสนเองจะไม่ได้รับอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายนี้จากตัวมนุษย์ เพราะต้นไม้รับเอาพลังชั่วร้ายแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นปุ๋ยสำหรับตัวมันเอง

 

 

ถ้าต้องการรักษาฝ้า เดินไปใต้ต้นหูกระจง มือ 2 ข้างวางขนานกันประกบกัน แยกห่างกัน และ เข้าหากัน หลายๆครั้ง แล้วจะรู้สึกเกิดเป็นก้อนกลมๆ ของพลังคอสมิก เอามือขึ้นลูบหน้า

 

 

กิเลสทำให้เกิดมะเร็งแพร่ได้เร็ว Rx. กระตุ้น จักระ 3 (จักระ 3 ขาดพลัง ทำให้เกิดมะเร็ง)

 

 

เด็กที่มีก้อนเกิดขึ้น และ ชอบเล่นเกมกด Rx. ใช้เกมกดเพ่งจิตไปที่ก้อนทุกวัน ทำให้ก้อนเล็กลงได้

 

 

ประเทศจีนใช้อุจจาระสดๆ ถ่ายใส่ถังสดๆ รดต้นไม้ตอนตี 4 แสงแดดฆ่าเชื้อโรคตอนเช้า คนไทยดูดส้วมอุจจาระจากบ่อเกรอะทำปุ๋ยมีเชื้อโรค ไม่ควรทำ

 

 

ประเทศญี่ปุ่นทำ EM กิน อ้างว่าเขมือบของสกปรก ระวังกินเข้าไปทำให้ตับเสื่อม เกิดไวรัสสีฟ้า Rx. ใช้ลูกยอ ต้มน้ำแล้วกรอง ต้มน้ำแล้วกรองอีกครั้ง ดื่มกินได้ ไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศ

 

 

Bacteria หรือ สมุนไพร ใช้สำหรับเฉพาะที่ ไม่สามารถนำจากต่างประเทศมาใช้ในประเทศอื่นได้ ประเทศไทยมี มี ต้นทองหลาง ต้นสะเดา ต้นไผ่ ใบร่วงกลายเป็นปุ๋ย ทำให้เกิด จุลินทรีย์อีโทรลิท สำหรับประเทศไทยเท่านั้น มีประโยชน์มาก จุลินทรีย์ มาจากพลังคอสมิก ชอบความสะอาด

 

 

ผู้ป่วยเส้นเลือดหัวใจโป่งพอง มีอาการเจ็บคันที่หน้าอก คุณย่าถามว่าจิ้งหรีดทวงหนี้หรือเปล่า ? ในที่สุดผู้ป่วยบอกว่า น่าจะเป็น แมลงกุดจี่ ซึ่งเคยไปทำร้ายมันมาก่อน เป็นกรรมเฉพาะตัว

 

 

ผู้สำเร็จระดับปฐมจักระ ไม่สามารถรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ คือ เอดส์ Leukemia SARS ไวรัสไม่ทราบชนิด โรคประสาท และ โรคที่เกิดจากสารพิษ

 

คุณย่าเยาวเรศ บุนนาค ศูนย์พลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ เลขที่ 40/4 อาคารพรสวรรค์ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 ถนนเทศบาลนิมิตรใต้ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


 

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2546

 

ดร.ดำรง ศิลปาชัย เป็นผู้สืบทอดการเผยแพร่วิชานี้ต่อจาก คุณย่าเยาวเรศ บุนนาค ได้บรรยาย เรื่อง พลังงานในแนววิทยาศาสตร์ ได้แก่ พลังงานจลน์ คือ พลังที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว พลังงานศักดิ์ คือ พลังที่อยู่นิ่งแต่พร้อมจะเคลื่อนไหว และ พลังงานแฝง คือ พลังที่แฝงอยู่ทำให้วัตถุดูเหมือนอยู่นิ่งๆไม่น่าจะเคลื่อนได้ อายตนะ ทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น และ กาย ถูกหลอกได้ง่าย เช่น การมองเห็นภาพของตาอยู่ในแถบแสงสีแคบที่ตามองเห็นเป็นสีขาว 475-450 nm. มองไม่เห็นแสง ultraviolet และ infrared ภาพในจอโทรทัศน์ที่มองว่าเคลื่อนไหวได้ ความจริงมีภาพนิ่งอยู่ 25 ภาพ ที่เคลื่อนที่ใน 1 วินาที เพราะ ตามนุษย์จะจับภาพนิ่งไม่ได้ ถ้ามีภาพเคลื่อนไหว >16 ภาพ/นาที อาจารย์อธิบายถึง มิติต่างๆ กว้าง ยาว สูง และ มิติที่ 4 คือ เวลา เพื่อชี้ให้เห็นว่า มีโลกที่ซ้อนกันอยู่ อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต อาจจะไม่มีจริง เพียงแต่ ซ้อนๆกันอยู่ กายเนื้อ กายทิพย์ ก็ซ้อนกันอยู่ อธิบายด้วย quantum physics คือ particles และ energy สามารถเปลี่ยนกลับกลับมาได้ ถ้าเป็น particle กระทบแล้วจะสะท้อนกลับได้ แต่ถ้าเป็น energy จะทะลุทะลวงผ่านไปได้ อธิบายว่า กายเนื้อเป็น particle มีพลังงานระดับต่ำ ต้อง มี อาหาร อากาศ พลังงาน อารมณ์ บำรุงกายเนื้อ ส่วนกายทิพย์อาจจะเป็น energy มีความทะลุทะลวง มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ จักระเป็นประตูทางเข้าออกของพลัง กายทิพย์มีความสมดุล คือ พลังงานเข้าออกไม่หยุดนิ่ง ต้องไหลอยู่ตลอดเวลา

 

 

วิทยาศาสตร์ คือ อะไร ?

 

1. การรวบรวมข้อมูล จัดระบบ เป็น อนุกรมวิธาน จัดทำหลักสูตรเพื่อสอน
2. มีการทดลอง
3. มีการตั้งสมมุติฐานและพิสูจน์ทางบวก เป็น Mathematical model

 

 

Albert Einstein บอกว่า เวลาจะหยุดนิ่ง ถ้าเราสามารถเดินได้เร็วเท่ากับความเร็วของแสง อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต จะซ้อนๆกัน

 

Steven Hawkin นั่งอยู่ใน wheel chair เป็นผู้อธิบายถึง ทฤษฎี Big bang

 

www.nasa.com รายงานว่า พบ supernova ระเบิดในระบบสุริยะ แสงเดินทางมา 35,000 ล้านปี ไกลมาก หรือ อาจจะเป็นอดีตก็ได้ แต่แสงเพิ่งเดินทางมาถึง ทำให้เราเห็นภาพในปัจจุบัน มีการคำนวณว่า โลกและระบบสุริยะแห่งนี้เกิดมา 6,700 ล้านปี

 

 

เราเคยเรียนมาว่า พลังงานไม่สูญหายไปไหน แต่เปลี่ยนรูปได้ แต่เมื่อมีเวลามาเกี่ยวข้อง

 

 

เวลาบนโลก 1 ปี อาจจะเท่ากับ เวลาบนสวรรค์ 5 นาที เพราะ เวลาที่มีความสุข จิตมักจะรู้สึกว่า หมุนเร็ว และ สั้น แต่เวลาในนรก คือ เวลาที่มีความทุกข์ ถูกทิ่มแทงตลอดเวลา จิตมักจะรู้สึกว่า หมุนช้า และ ยาวนาน

 

 

การเรียนรู้มีวิธีการต่างๆ เช่น แพทย์แผนปัจจุบัน ใช้เวลาเรียน 6 ปี แต่การเรียนพลังกายทิพย์ ใช้เวลา 6 วัน เท่านั้น สามารถรักษาได้เลย เพราะอะไร ? การเรียนแพทย์ ใช้เวลาท่องชื่อต่างๆนานเป็น Cognitive learning แต่การเรียนที่ใช้เวลาน้อยเป็นการเรียนแบบ Abstractive learning

 

 

จักระ 1 หมุนช้าที่สุด เพราะ เห็นเส้นแสงน้อยที่สุด แต่ จักระ 2 หมุนเร็วกว่า มี เส้นแสงมากกว่า

 

 

อากาศ มีน้ำหนัก 760 mmHg มีสภาวะเป็น ดิน ไหลได้ มีสภาวะเป็น น้ำ ขยายตัวได้ มีสภาวะเป็น ลม และ ร้อนได้ มีสภาวะเป็น ไฟ

 

 

น.พ.เฉก ธนศิริ ตั้งชมรม 100 ปี วันหนึ่งก็ได้พบกับเพื่อนที่ตายไปแล้ว จึงถามเพื่อนว่า คุณตายแล้วไม่ใช่หรือ ? เพื่อนจึงตอบว่า ใช่ผมตายไปแล้วมาเกิดใหม่อายุ 20 ปีแล้ว ดีกว่าและแข็งแรงกว่า อายุ 100 ปีอีกน่ะ

 

 

ดร.ดำรง ได้เตือนว่า อย่าหลงผิดในความยืนยาวของชีวิตอย่างเดียว ท่านเสนอให้มองทั้ง 2 อย่าง คือ คุณภาพชีวิต (Quality of life) และ ความยืนยาวของชีวิต (Longevity) = y (ปี) x q ( +10)

 

 

เซลในร่างกาย มากกว่า 90% ไม่ถูกแสง เซลตายอยู่ใกล้กับเซลมีชีวิต ทำให้เซลมีชีวิตรู้สึกคัน เพราะมีกรดเกิดขึ้นโดยรอบเซลตาย

 

 

การทำผิดศีล 5 เกิดกรรมและวิบากกรรม มี 5 ระดับ ขึ้นกับเจตนาและการกระทำ เช่น การฆ่าสัตว์ โดย 1.ไม่เจตนาฆ่าสัตว์มีชีวิต 2.รู้ว่าสัตว์มีชีวิต 3.ประสงค์จะได้ชีวิต 4.ลงมือฆ่าสิ่งมีชีวิต 5.ได้ชีวิตของสิ่งมีชีวิต การลักทรัพย์ 1.ไม่เจตนาลักทรัพย์มีเจ้าของ 2.รู้ว่าทรัพย์มีเจ้าของ 3.ประสงค์จะได้ทรัพย์ที่มีเจ้าของ 4.ลงมือลักทรัพย์ที่มีเจ้าของ 5.ได้ทรัพย์ที่มีเจ้าของ

 

 

ดังนั้น ต้องฝึกอย่าเป็นคน ใจง่าย ใจเร็ว พูดปด หมดสติ

 

 

บางตำราบอกว่า จักระ 3 Solar plexus ค่อนไปทางซ้าย อยู่ใต้ม้าม ไปที่ กระเพาะอาหาร

 

 

ผู้ให้ฝึกสมาธิให้อยู่ในอารมณ์เดียว ขณะฝึกสมาธิ จิตไว้ที่ จักระ 7 หมุนเร็วเป็นรูปกรวย ทำให้จักระอื่นๆ หมุนเร็วด้วยเกิดแรงดูดพลังงานจาก ขั้วลบไปขั้วบวก จาก จักระ 1 ไป จักระ 7 ส่วนที่เหลือจะออกมาทางปลายนิ้ว และฝ่ามือ สำหรับผู้รับถ้าไม่มีศรัทธาจะสร้างกำแพงไม่ให้พลังเข้าไปได้

 

 

การรักษา

 

1. ให้ผู้ป่วยหันด้านซ้ายเข้าหาหมอ
2. ผู้ป่วยเจ็บมากๆ กำอัญมณี ซึ่งตกผลึก โมเลกุลเรียงตัว สร้างสนามพลัง ใช้ rose or white quartz กำด้วยมือขวา มือซ้ายใช้ก้อนที่มีสีตรงกับจักระ เช่น หัวใจใช้อัญมณีสีเขียว ปอดใช้อัญมณีสีฟ้า turquoise ฯลฯ
3. แสงสีแดง สะท้อนจากดวงอาทิตย์ดูดซับไปใต้โลกและสะท้อนออกจากใต้โลก-ทำลายพิษหรือก้อน แสงสีเหลืองสะท้อนจากดวงจันทร์-ทำความสะอาด แสงสีเขียวสะท้อนจากดาวพุธ-ละลายก้อนนิ่วแสงสีส้มสะท้อนจากดาวพฤหัสบดี แสงสีฟ้าสะท้อนจากดาวศุกร์ และ แสงสีม่วงสะท้อนจากดาวเสาร์-เป็นพลังเย็น แก้ปวด
4. จักระ 7 มี 137 วิธี และ ที่ไม่ผ่าน จักระ 7 อีก 27 วิธี เช่น
โรคหัวใจ จักระ 7-4 นาน 2 นาที และ จักระ 4-หัวใจ นาน 3 นาที
ปวดท้อง จักระ 7-3 นาน 3 นาที และ จักระ 3-ท้อง นาน 2 นาที
โรคภูมิแพ้ จักระ 7-5 นาน 2 นาที และ จักระ 5-จมูก 1.30 นาที จักระ 5-คอ 1.30 นาที

 

 

การฝึกโยคะแบบ Dr.Robert Chaney เพื่อเติมพลังด้วยตนเอง (ท่าชาร์จจักระ)

 

การกระตุ้นจักระที่ 1 ยังไม่สอน ต้องสอนตอนฝึก master คือ ต้องมีความดีงาม ไม่ทำร้ายใครจึงฝึกให้
การกระตุ้นจักระที่ 2 พลังเข้าทาง Sushumna ไปยังจักระ 7 ยืนกางขางอเข่าเท้าสะเอวท่าโขน กำหนดจิตไว้ที่จักระ 7 ยืดตัวขึ้นพร้อมกับหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ และ ย่อตัวลงพร้อมกับหายใจออกทางปากช้าๆ 10 ครั้ง
การกระตุ้นจักระที่ 7 ยืนกางขา กำมือประกบกันให้สนิมทั้งฝ่ามือให้นิ้วชี้ชี้ขึ้นบนวางไว้บนศีรษะ กำหนดจิตไว้ที่จักระ 7 หายใจเข้าทางจมูกช้าๆ และ ยืดมือขึ้นชิดข้างหูพร้อมกับหายใจออกทางปากช้าๆ 10 ครั้ง

 


 

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2546

 

อาจารย์วิชัย ธรรมชัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ได้บรรยายว่า สิ่งมีชีวิตต้องการ อาหาร อากาศ และ แสงแดด ในแสงแดดมีสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น Ultraviolet ray, Cosmic ray ฯลฯ Cosmic ray มองเห็นเป็นพยับแดด วอบๆ แวมๆ พุ่งเข้าสู่ใจกลางโลก ผสมกับแร่ธาตุต่างๆ แล้วพุ่งออกไป 15,000 เมตร จากผิวโลก ที่เกาะฮาวาย และ ประเทศฟิลลิปปินส์ มีความเหมือนกันคือ ภูเขาไฟ พ่นลาวาซึ่งเป็นแร่ธาตุต่างๆออกมา อยู่บนเครื่องบินก็ได้รับพลังคอสมิก ตอนเช้าลองเดินบนสนามหญ้าด้วยเท้าเปล่า จะได้ดูดซับไอดินเป็นพลังคอสมิก เพื่อกระตุ้นร่างกายให้ทำงานอย่างเป็นระบบโดยธรรมชาติ มนุษย์เป็นผู้สร้างความขัดแย้งในร่างกาย จิตใจ และ อารมณ์ Rx. โดย การฝึกสมาธิ ทำจิตให้แน่วแน่ สะอาด ผ่องใส ตามกำหนดเวลา เช่น เริ่มด้วยวันละ 5 นาที เดินลมปราณ โดยหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ = หายใจออกช้าๆ ลึกๆ ถ้าเร็วระวังจะสิ้นลมปราณ และ ปั๊มพลังขึ้นบน เป็น self healing power “เหล็กแหลมด้วยการฝน คนแหลมคมด้วยการฝึก” ช่วยได้บ้าง ช่วยไม่ได้บ้าง แต่ทำให้จิตเป็นกุศล

ผมนั่งสมาธิฝึกพลังกายทิพย์เป็นประจำ ทำให้สุขภาพดี และได้ช่วยหลาน เวลาไม่สบายเป็นอะไร ก็จะมาหาให้คุณปู่รักษา ลูกชายก็ไม่สนใจ วันหนึ่งก็มีอาการปวดแขน มาบอกคุณพ่อว่า ปวดแขนช่วยผมด้วย ผมก็แนะนำว่า ก็กินยาแก้อักเสบไง ผมกินแล้วแต่ยังไม่หาย ผมจึงรักษาให้ด้วยพลังกายทิพย์ ก็หายดี ตั้งแต่นั้นมาก็มาเวลาเป็นอะไร ก็จะถามหาคุณพ่อบ่อยขึ้น

 

 

หลักการของการฝึกพลังกายทิพย์

 

1. ดูดพลังทางจักระ 7 อย่าทำมากเกินไป ******เป็นอันตราย วันละ ไม่เกิน 20 นาที ******
2. เก็บพลังสะสมไว้ที่จักระ 2
3. ถ่ายพลังให้ผู้อื่นทางปลายนิ้วมือและกลางฝ่ามือ
ลองฝึกด้วยการหันฝ่ามือไปที่พระพุทธรูปพร้อมๆกัน จะรู้สึกเย็นที่กลางฝ่ามือ การดูพระที่ปลุกเสกจริงเช่นกัน ถ้ากำไว้แล้วรู้สึกเย็น จึงจะเป็นของแท้
พลังคอสมิก มีความเร็วกว่าแสงถึง 10 เท่า ดังนั้นแตะเบาๆ พลังก็ผ่านไปได้
พลังจิต วิ่งได้ไกลและเร็วกว่าพลังใดๆทั้งสิ้น เช่น เวลาผมฝันไปว่ากำลังเดินชมวิวกับภรรยา 15 นาที นั่งพัก 10 นาที และเก็บกล้วยไม้ 2-3 นาที ความจริงจิตคิดไปได้เร็วกว่านั้น อาจจะเป็นภายใน 2-3 นาทีเท่านั้น
การดูดพลังจากดวงอาทิตย์และการถ่ายพลัง ต้องมี ผู้ให้ และ ผู้รับ เหมือน คลื่นวิทยุเมื่อสถานีส่งคลื่นออกไป มีแพร่กระจายอยู่ทั่วไปโดยรอบ ถ้าไม่เปิดเครื่องรับคลื่นวิทยุก็ไม่ได้ยินว่ามีเสียงอะไร ? เช่นเดียวกัน ผู้ให้ถ่ายพลังให้ผู้รับ แต่ถ้าผู้รับพลังไม่มีศรัทธาไม่เปิดเครื่องรับ ก็ไม่สามารถรับพลังที่ผู้ให้ส่งไปได้
สำหรับผู้ให้ ไม่ต้องกลัวว่าให้ไปแล้วจะหมด แต่ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ เพราะ ผู้ให้ คือ ตัวกลาง ผู้ดูดพลังจากพระอาทิตย์ส่งต่อไปให้ผู้รับ ถ้าเรียนแล้วไม่ฝึกฝนก็จะเหมือนท่อประปาที่ทิ้งไว้นานสนิมเขรอะ การให้เป็นการฝึกเป็นผู้ที่มีน้ำใจ มีเมตตากรุณา ต้องมีศีล 5 ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน

 

การรักษาตัวเอง คือ

 

1. รักษากายเนื้อให้สมบูรณ์ ให้ชราโดยไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน โดย การเคลื่อนไหว ทำให้หัวใจแข็งแรง และ มีเหงื่อออก เช่น ผมว่ายน้ำท่ากบแก่ๆ วันละ 20 เที่ยว 5 วัน/สัปดาห์
2. รักษากายทิพย์ให้สมบูรณ์ ด้วยสมาธิ
3. รักษาอารมณ์ให้สมบูรณ์ ด้วยมงคล 38 ประการ อเสวนา จ พาลานัง ฯลฯ คือ
1.ไม่คบคนพาล
2.คบแต่บัณฑิต (คือ กัลยาณมิตร)
3.บูชาผู้ที่ควรบูชา
4.อยู่ในสถานที่ที่เป็นมหากุศล
5.เป็นผู้ที่ทำบุญไว้ก่อน
6.ตั้งตนไว้ชอบ
7.มีอารมณ์ของปัญญา (จิต เจตสิก รูป นิพพาน) เป็นพหูสูต
8.ศิลปะดี
9.มีวินัยที่ศึกษาดี
10.มีวาจาที่เป็นสุภาษิต
11.บำรุงบิดามารดา
12.สงเคราะห์บุตร
13.สงเคราะห์ภรรยา
14.การงานที่สุจริตและไม่อากูล
15.การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กายและจิต
16.ประพฤติธรรม
17.สงเคราะห์หมู่ญาติ
18.ทำการงานที่ไม่มีโทษ เว้นจากกายทุจริต 3 และ วาจาทุจริต 4
19.เว้นจากบาป
20.สำรวมการดื่มน้ำเมา
21.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
22.เคารพ
23.เจียมตัว
24.สันโดษ
25.กตัญญู
26.ฟังธรรมตามกาล
27.อดทน
28.ว่าง่าย
29.เห็นสมณะ
30.สนทนาธรรมตามกาล
31.ตบะ
32.พรหมจรรย์
33.เห็นอริยสัจ
34.ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
35.จิตของผู้ถูกโลกธรรมกระทบ ไม่หวั่นไหว (ใน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์)
36.ไม่โศก
37.ปลอดกิเลสดังธุลี
38.เกษม (ปราศจากกิเลส ไม่ยึดติดในอารมณ์6 ปล่อยใจไปตามธรรม)
ผู้ให้ต้องรักษาความสะอาด เช่น รักษาผู้ป่วยโรคปวดเท้า มือหนึ่งอยู่ที่จักระ 7 อีกมืออยู่ที่เท้า เมื่อจะรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ถ้าเอามือที่วางที่เท้าไปวางที่จมูก คงไม่ดีแน่ ต้องล้างมือให้สะอาดก่อน
กาย-เคลื่อนไหว แต่ จิต-สงบนิ่ง

 

ข้อห้าม 5 ข้อ คือ

 

1. ห้ามรักษาเวลากลางคืน ยกเว้นคราวจำเป็น เช่น ผึ้งต่อย ใช้ สีม่วง
2. ห้ามรักษาในโรงพยาบาล เพราะเราไม่ใช่หมอที่ถูกต้องตามกฎหมาย เราเป็นมือซ้าย ไม่ใช่มือขวา ไม่ปฏิเสธการแพทย์แผนปัจจุบัน เรารักษาตามการวินิจฉัยของแพทย์แผนปัจจุบัน หรือ รักษาได้เฉพาะ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาน ฯลฯ
3. ห้ามรักษาใต้แสงไฟนีออน เพราะว่าต่อต้านกัน ให้ปิดแสงไฟนีออน หรือ ออกไปในที่โล่ง
4. ห้ามเรียกร้องเงินทองในการรักษา ยกเว้นเป็นอาชีพ ต้องไปทำบุญด้วย
5. ไม่โอ้อวด อิทธิฤทธิ์ เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ และ ใช้พลังจิต ส่งความปรารถนาดี อย่างน้อยที่สุดต้องคิดว่าดีขึ้น

 

ท่าโยคะ ทำท่าละ 10 ครั้ง

 

1. ยืนตรง กางขา แขนหุบเหยียดตรง กำหมัด ยกไหล่-หายใจเข้า ลดไหล่-หายใจออก
2. ยืนตรง กางขา แขนหุบเหยียดตรง กำหมัด นั่งยอง-หายใจเข้า ยืนขึ้น-หายใจออก
3. ยืนตรง กางขา กางแขน กำหมัดหงายมือ-หายใจเข้า กำหมัดคว่ำมือ-หายใจออก
4. ยืนตรง กางขา กางแขน แบมือหงาย-หายใจเข้า แบมือคว่ำ-หายใจออก
5. ยืนตรง งอเข่า กางแขน แบมือหงาย-หายใจเข้า แบมือคว่ำ-หายใจออก
6. ยืนตรง กางขา กางแขน แบมือหวาย-หายใจเข้า แบมือคว่ำ ปลายนิ้วกลางชนกัน-หายใจออก
7. ท่าสุดท้ายต่อจากข้อ 5 นั่งยอง-หายใจเข้า ยืดลำตัวขึ้นในท่ากึ่งยืนกึ่งนั่ง แบะอก-หายใจออก
8. ยืนตรง กางขา กางแขน หงายมือ-หายใจเข้า ยกมือขึ้นเหนือศีรษะฝ่ามือเข้าหากันแขนขนานกัน-หายใจออก
9. ยืนตรง กางขา กางแขน คว่ำมือ-หายใจเข้า วาดมือลงล่าง-เข้าใน-ขึ้นบน-กางออก หมุนเป็นวงกลม-หายใจออก

 


การบรรยายเรื่อง พลังกายทิพย์ (1. ระดับปฐมจักระ)
วันอังคาร-วันอาทิตย์ ที่ 8 – 13 กรกฎาคม พ.ศ.2546
ณ ห้องประชุม อาคารกรมการแพทย์ 6 กระทรวงสาธารณสุข

 

 

 

 
 
 
 

 

ไข้เลือดออก ป้องกันรักษาด้วยโฮมีโอพาธีย์

 

ไกลจากทุกข์ โศก โรค ภัย กับหมอเขียว -ใจเพรช กล้าจน

 

การพัฒนานโยบายแห่งชาติ สุขภาพดี วิถีธรรม วิถีไทย

 

สวนมนต์บำบัด

 

สมาธิบำบัด